![]()
![]() |
|
ติดต่อ 085-1843507 k.เล็ก , 081-6408494 k. หนิง , 086-0218942 k.ชิษณุพงศ์ |
|
กระดังงาไทย
ชื่อพฤกษศาสตร์
:
ชื่อสามัญ : Cananga
ชื่อวงศ์ : ANNONACEAE
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cananga odorata.
ถิ่นกำเนิด :
การกระจายพันธุ์ :
ชื่อพื้นเมือง : กระดังงา (ตรัง, ยะลา), กระดังงาไทย
กระดังงาใบใหญ่ กระดังงาใหญ่ (ภาคกลาง), สะบันงา สะบันงาต้น (ภาคเหนือ)
ชื่ออื่น ๆ :
กระดังงาเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางและใหญ่ลักษณะการแตกกิ่งก้านลู่ลงข้างล่างบางชนิดก็มีลักษณะเป็นเถาเลื้อยลำต้นสูงประมาณ
15 - 25 เมตร
คนไทยโบราณเชื่อว่า
บ้านใดปลูกต้นกระดังไว้ประจำบ้านจะทำให้มีชื่อเสียงโด่งดัง เพราะ กระดัง
คือการทำให้เกิดเสียงดังไปไกล
นอกจากนี้ยังเชื่ออีกว่า เสียงดังเหมือนกับนกการะเวกในสมัยพุทธกาล
คือมีเสียงดังไพเราะมาก ก้องไกลทั่วสวรรค์
ดังนั้นบางคนจึงเรียกกระดังงาว่า การะเวกการดูแลรักษาเพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัยควรปลูกต้น
กระดังงาไว้ทางทิสตะวันออกผู้ปลูกควรปลูในวันพุธเพราะโบราณเชื่อว่าการ
ปลูกไม้เอาประโยชน์ทั่วไปทางดอกให้ปลูกในวันพุธนิยมปลูกลงในแปลงปลูก
เพื่อประดับบริเวณบ้านและสวน ถ้าเป็นชนิดแบบเถาเลื้อย
ดังนั้นควรมีคาน หรือซุ้ม
เพื่อให้ต้นกระดังงาเลื้อยเกาะจึงเหมาะที่จะปลูกเป็นร่มริมรั้วบ้าน
ลำต้น
ลักษณะเป็นเถาเลื้อยลำต้นสูงประมาณ
15 - 25 เมตร เปลือกลำต้นมีสีน้ำตาลและสีเาโคนต้นมีปุ่มอยู่เล็กน้อยแตกกิ่งสาขามากมุ่มแน่น
ใบ
ใบเป็นใบเดี่ยวออกสบับกันตาม
กิ่งก้าน ลักษณะใบยาวประมาณ 12-15 เซนติเมตร กว้างประมาณ 4-6
เซนติเมตรปลายใบแหลมโคนใบมนสอบแหลมขอบใบ
เรียบ สีเขียว
ดอก
ดอกจะออกเป็นช่อ ตามปลายกิ่งหรือโคนใบมีสีเหลือง กลิ่นหอมแรงดอกหนึ่งจะมี 6 กลีบ
ดอกจะแบ่งเป็น2 ชั้นมีชั้น
ละ 3 กลีบ ลักษณะของดอกเรียวยาว ม้วนบิดไปมา ขนาดดอกยาวประมาณ 3-5 นิ้ว
ตรงกลางดอกมีจุดเล็ก ๆ สีขาว
ผล เป็นผลกลุ่ม
อยู่บนแกนตุ้มกลม 4-15 ผล แต่ละผลรูปไข่ ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีเขียวคล้ำจนเกือบดำ
มี 2-12 เมล็ด
เมล็ด สีน้ำตาลอ่อน รูปไข่แบน
ประโยชน์ : ปลูกเป็นไม้ประดับ ไทยใช้ดอกกระดังงาปรุงยาบางตำรับเพื่อแก้ลมและบำรุงเลือด ใบและเนื้อไม้ต้มกินเป็นยาขับปัสสาวะ นอกจากนี้ ยังใช้อบน้ำทำน้ำเชื่อมและปรุงขนมหวานบางชนิด อินโดนีเซียใช้เปลือกแก้คัน มาเลเซียใช้ใบแก้คัน และใช้ดอกปรุงในยารักษาโรคหืด
คนโบราณใช้ดอกทอดกับน้ำมันมะพร้าวทำน้ำมันใส่ผม
มีการศึกษาพบว่าน้ำมันหอมระเหยจากดอกมีฤทธิ์
ไล่แมลงบางชนิด
การขยายพันธุ์
การเพาะเมล็ด การตอนกิ่ง วิธีที่นิยมและได้ผลดี คือ การตอน
แสง
ต้องการแสงแดดจัด หรือกลางแจ้ง
ดิน ชอบดินร่วนซุย
น้ำ ต้องการปริมาณน้ำปานกลาง ควรให้น้ำ 1 ครั้ง /วัน
ปุ๋ย ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 1 : 2 กิโลกรัม/ต้น ควรใส่ปีละ 4-6 ครั้ง
โรค
ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรค เพราะเป็นไม้ที่ทนต่อโรคพอสมควร
แมลงศัตรู
เพลี้ยต่าง ๆ (Aphis)
อาการ
ใบและยอดถูกกัดแทะ เป็นรู เป็นรอย และทำให้ทรงพุ่มแคระแกร็น
การป้องกัน
รักษาความสะอาดบริเวณแปลงปลูก
การกำจัด ใช้ยาคาร์บาริล (Carbaryl)
อัตราและคำแนะนำระบุไว้ตามฉลาก