|
SMILEpart.com
|
|
Home
|
F YOU CAN NOT READ PLEASE FOLLOW THIS STEP [ View >>> Encoding >>> Thai (windows) ] Update 10 กันยายน 2550 |
|
ร้าน ต้นไม้ ยิ้ม (ล๊อก79- 80) ลาน Garden Mall ด้านหลังซีคอน ถ.ศรีนครินทร์ แผนที่ร้านต้นไม้ยิ้ม จำหน่าย ต้นไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ ดินชีวภาพ กระถาง รับจัดสวน ติดต่อ 086-0218942 k.ชิษณุพงศ์
1. ธาตุไนโตรเจน (N)
2. ธาตุฟอสฟอรัส (P)
3. ธาตุโพแทสเซียม (K) ปุ๋ยยูเรีย ปุ๋ยยูเรีย [CO(NH2)2] สูตรปุ๋ยยูเรีย สูตร 46-0-0 เพื่อเร่งการเจริญเติบโตของต้นพืชที่ปลูกใหม่และเร่งลูกเร่งผลให้โตเร็ว |
|
คือ ปุ๋ยที่ประกอบด้วยสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ
ซึ่งมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น(จุลินทรีย์)ที่ทำประโยชน์ให้แก่ดินและพืช
ซึ่งสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ
เหล่านี้จะเป็นตัวการทำให้พืชได้รับธาตุอาหารหรือสิ่งที่เป็นประโยชน์
ทำให้พืชสามารถเจริญเติบโตได้ดี ปุ๋ยชีวภาพที่แนะนำให้เกษตรกรทำนี้
เป็นปุ๋ยชีวภาพที่สามารถทำได้เองโดยไม่ต้องซื้อ
ใช้วัสดุที่มีอยู่ในพื้นที่ซึ่งเป็นเทคนิคการใช้จุลินทรีย์ของสมาคมเกษตรธรรมชาติแห่งประเทศเกาหลี
ซึ่งนายคิว ฮานโซ
นายกสมาคมเกษตรธรรมชาติแห่งประเทศเกาหลีพัฒนาขึ้นมาจากประสบการณ์ส่วนตัว
เมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้ว และได้นำมาเผยแพร่ในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ.2540
เป็นการนำจุลินทรีย์ในพื้นที่ (ไอเอ็มโอ : I.M.O.) มาเพาะเลี้ยงให้แข็งแรง
และเพิ่มจำนวนมากขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีแบบง่ายๆ ปุ๋ยชีวภาพมี 2 ประเภท คือ
ปุ๋ยน้ำ(น้ำหมักชีวภาพ) และปุ๋ยแห้ง(ปุ๋ยหมักชีวภาพ) ปุ๋ยน้ำ ปุ๋ยน้ำ
(น้ำหมักชีวภาพ) คือ การนำเอาพืช ผัก ผลไม้ สัตว์ชนิดต่าง ๆ
มาหมักกับน้ำตาลทำให้เกิดจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์จำนวนมากซึ่งจุลินทรีย์เหล่านี้จะไปช่วยสลายธาตุอาหารต่าง
ๆ ที่อยู่ในพืช
มีคุณค่าในแง่ของธาตุอาหารพืชเมื่อถูกย่อยสลายโดยกระบวนการย่อยสลายของแบคทีเรียหรือจุลินทรีย์สารต่างๆจะถูกปลดปล่อยออกมา
เช่นโปรตี น กรดอะมิโน กรดอินทรีย์ ธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง จุลธาตุ
ฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต เอนไซม์ วิตามิน
ซึ่งพืชสามารถนำไปใช้ในการเจริญเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ น้ำหมักชีวภาพ มี 3
ประเภท คือ 1. น้ำหมักชีวภาพจากพืชสดสีเขียว (น้ำแม่) 2 .
น้ำหมักชีวภาพจากผลไม้สุก (น้ำพ่อ) 3. สารขับไล่แมลง (น้ำหมักจากพืชสมุนไพร) |
การใส่ปุ๋ย ไม้ดอก ไม้ประดับ
ปุ๋ยสูตรเสมอ 14-14-14 หรือ 16-16-16 หรือ 21-21-21
ใส่ไม้ดอกไม้ประดับทุกชนิด ที่ต้องการให้ ใบ ลำต้น ดอก สวย โดยทั่วไปไม่เน้นตัวใดตัวหนึ่ง
ตัวอย่างต้นไม้ที่ใส่ปุ๋ยสูตรนี้
เดหลี
กวนอิมเงิน
คล้าการเวก
กาหลง
กระดังงา
กระดาษเขียว
กระดาษด่าง
กระบองเพชร,แคกตัส
กุหลาบ
กุหลาบหิน
แก้ว
แก้วหน้าม้า
โกศลกาบใบส้ม
โกศลจิตลดา
โกศลช้างกินเลี้ยง
โกศลตะเพียนทอง
โกศลยองแบ
โกศลเล็บครุฑ
โกศลหางกระเบน
ขิงแดง
เข็มอินเดีย
เข็มชัชวาลย์
เข็มหอม(ขาว)
เข็มสีแดง
เข็มสีเหลือง
เข็มญี่ปุ่น
เข็มเวียดนาม
เข็มสีชมภู
เข็มสามสี
เข็มกุดั่น
ไข่มุกอันดามัน
คฑาเงิน
คู่บารมี
คู่บัลลังก์
เงินเต็มบ้าน
เงินไหลมา
เงาะถอดรูป
เหงือกปลาหมอ
จันทน์ผา
จัสมิน
จำปา
จำปี
จั๋ง
ชมนาด
ชมพูเพชรัตน์
ชบาไทย
ชบาญี่ปุ่น
ชาฮกเกี้ยน
ช้องนาง
ซิก้า
หญ้าหนวดแมว
ดาหลา
ดาหลาป่า
เดปกระเป๋า
เดปเขียว
เดปด่าง
เดปโฮย่า
เดหลี
เดหลีกวักทรัพย์
เดหลีกวักมงคล
เดหลีจักรพรรดิ์
เดหลีใบกล้วย
เดหลีใบมัน
ถุงเงินถุงทอง
ทองเต็มบ้าน
ทับทิม
ทอปปิกสโนว์
ทองอุไร
ทางช้างเผือก
ธรรมรักษา
นากชมพู
นาคราช
นางกวัก
นางคุ้ม
นางพญา
หนวดปลาดุกแคระ
บัลลังก์เงิน
บารมีรัตนโกสินทร์
บลูฮาวาย
บอนสี
บอนห่อเงิน
บอลลูน
บัว
บัวดิน
บัวสวรรค์
เบล
ใบเงิน
ใบทอง
ใบนาก
เบิร์ดออฟพาราไดส์
ปาล์ม
ปาล์มสิบสองปันนา
ปาล์มชวา
ปาล์มพัดจีบ
เปปเปอร์โรเมีย
แปะตำปึง
ผกากรอง
ไผ่กวนอิมทอง
ไผ่ฟิลิปปินส์
พุดพิชญา
พุดกุหลาบ
พุดซ้อน
พุดเศรษฐีสยาม
พุดน้ำบุด
พุดสามสี
พลูฉีก
พลูฉลุ
พลูด่าง
พลูราชินีสีทอง
พลูปีกนก
พวงคราม
พวงเงิน,มังกรคาบแก้ว
พญาเสวต
พุทธรักษา
เพชรน้ำหนึ่ง
เพชรตาแมว
โพธิ์บัลลังก์
โพธิ์มงคล
ฟอร์เก็ตมีน๊อต
พัดนางชี
ฟิโลใบมะละกอ
เฟิร์น
เฟิร์นข้าหลวง
เฟิร์นไพลิน
เฟิร์นบอสตัส
เฟิร์นใบมะขาม
เฟิร์นสีทอง
เฟิร์นฮาวาย
ฟ้าประทาน
มหานิยม
มหาลาภ
มหากาฬ
มังกรคาบแก้ว
ม้าลาย
มะขามเทศด่าง
มะยมแดง
มะยมเงิน
มะยมทอง
มะลิซ้อน
มะลิลา
มะลิน้ำ
โมก
โมกแคระ
โมกด่าง
โมกซ้อน
โมกพวง
โมกเวียดนาม
หมากผู้หมากเมีย
หม้อข้าวหม้อแกงลิง
หยกมหาโชค
หยกมหาลาภ
เยอบีร่า
รัศมีเงิน
รัศมีทอง
รัศมีนาก
ราตรี
ราชินีสีทอง
ริบบิ้น
ริบบิ้นบอร์เนียว
เลดี้พิงค์
ลิปสติก
ลิ้นมังกร
วาสนา
เวอบีนา
แววมยุรา
สังกรณี
สนฉัตร
สนมังกร
สนบลู
สนบอมม์
สามกษัตริย์
สาวน้อยประแป้ง
ทอปปิกส์สโน
แสงอาทิตย์
เสริมบารมี
เสน่ห์จันทร์แดง
เสน่ห์จันทร์เขียว
เสน่ห์จันทร์ดำ
เสน่ห์จันทร์นาก
สตาร์ไลท์
ศรีตรัง
เศรษฐีก้านทอง
เศรษฐีเรือนใน
เศรษฐีเรือนนอก
เศรษฐีพัทยา
เศรษฐีพันล้าน
เศรษฐีหมื่นล้าน
เศรษฐีมีทรัพย์
เศรษฐีไซ่ง่อน
หัวใจล้านดวง
หางหงษ์
อุดมทรัพย์
ออมเงิน
ออมพลอย
ออมเพชร
ออมทอง
อเมซอน
อากาเหว่
อินทนิล
เอื้องแดง
เอื้องพัดโบก
เอื้องหมายนา
เอื้องผึ้ง
เอื้องทอง
ไอยเรศ
ฮกหลง
เฮลิโคเนีย
แฮปปี้เนส
สโนว์ดรอป
วิธีการใส่ปุ๋ย
ก. การใส่แบบหว่าน (Broadcast)
เป็นวิธีการใส่ปุ๋ยก่อนที่จะปลูกพืช
ความสำคัญอยู่ที่การหว่านให้ทั่วแปลงอย่างสม่ำเสมอ
ควรหว่านก่อนการไถดินเพื่อให้ปุ๋ยได้อยู่ลึกลงไปในดินในระดับบริเวณรากพืช
หรืออาจจะหว่านปุ๋ยแล้วตามด้วยการพรวนดิน
สำหรับแปลงปลูกธัญพืชเมล็ดเล็กแบบไม่ยกร่อง
หรือพืชที่มีระบบรากหนาแน่นและตื้น อาจจะหว่านปุ๋ยหลังการไถหรือพรวนดินก็ได้
หรือถ้าต้องการยกร่องปลูก ปุ๋ยจะถูกกลบคลุกเคล้ากับดินอยู่บนร่องปลูก
ซึ่งอาจสรุปได้ว่าเป็นวิธีที่ใช้ได้ดีกับพืชหลายชนิด
โดยเฉพาะพืชที่มีระบบรากตื้นมาก
การใส่แบบหว่าน
ความเข้มข้นของปุ๋ยจะลดลงและปุ๋ยมีโอกาสทำปฏิกิริยากับดินได้มาก
ทำให้สามารถใส่ปุ๋ยเป็นปริมาณมากในคราวเดียวกันได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อพืช
ข. การใส่แบบโรยเป็นแถบหรือใส่เป็นแนวและฝังกลบ (Band Placement, Banding)
เป็นวิธีการใส่พร้อมกับการปลูกพืช และมักเรียกปุ๋ยนี้ว่า ปุ๋ยเร่งต้นอ่อน (Starter)
การใส่ปุ๋ยวิธีนี้จะช่วยให้พืชเจริญเติบโตเร็วในช่วงแรก
ลดการถูกตรึงฟอสเฟตในดิน ซึ่งเป็นวิธีการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดินรอบ ๆ
บริเวณรากพืช พืชหลายชนิดจะตอบสนองต่อการใส่ปุ๋ยวิธีนี้
ปุ๋ยอาจใส่ในร่องใต้เมล็ดพืช
หรือในร่องตามแนวขนานกับแถวปลูกพืชและควรใส่ใต้ผิวดิน ประมาณ 2-4 นิ้ว
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของดินและพืชที่ปลูก
การใส่ปุ๋ยใกล้เมล็ดพืชมากเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อรากของต้นอ่อนได้
วิธีการนี้เป็นการลดปฏิกิริยาระหว่างเม็ดปุ๋ยกับดินให้เหลือน้อยที่สุด
เหมาะกับปุ๋ยเคมีพวกฟอสเฟต เพราะจะช่วยลดปริมาณการตรึงฟอสเฟตของดิน
และช่วยให้การชะล้างปุ๋ยจากหน้าดินเกิดขึ้นน้อย
ทำให้การใช้ปุ๋ยมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ปัจจุบันนี้มีวิธีการใส่ปุ๋ยแบบโรยเป็นแถบแต่อาจแรกอีกชื่อหนึ่งว่า ป๊อป-อั๊พ
(Pop-up) หมายถึงการใช้ปุ๋ยในปริมาณน้อยผสมรวมไปกับเมล็ดพืชในขณะปลูก
หลังจากเมล็ดงอกก็สามารถใช้ปุ๋ยได้ทันที
ค. การใส่แบบโรยข้างแถว (Side Dressing)
เป็นวิธีการใส่ปุ๋ยไว้ข้างแถวพืชที่ปลูกนิยมใส่เมื่อพืชงอกแล้วและโตเป็นกล้า
อายุประมาณ 2-4 สัปดาห์ หรือหลังจากการดายหญ้าเพื่อกำจัดวัชพืชแล้ว
อาจใส่หลายครั้งก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของพืช
วิธีการให้น้ำและชนิดของดิน ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ
การแบ่งใส่ปุ๋ยหลายครั้งจะให้ผลดีกว่าใส่ครั้งเดียวโดยวิธีหว่านหรือโรยเป็นแถบ
ถ้าดินมีความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง-ค่อนข้างต่ำ
การใส่ปุ๋ยแบบโรยเป็นแถบพร้อมปลูกร่วมกับการใส่แบบโรยข้างแถวอีก 1-2 ครั้ง
ก็จะได้ผลคุ้มค่าเช่นกัน
สำหรับฟอสเฟตและโพแทสเซียมต้องใส่ให้ใกล้แถวพืชที่ปลูก
เพื่อรากพืชจะได้งอกถึงและนำปุ๋ยไปใช้ ปุ๋ยไนโตรเจนไม่จำเป็นใกล้ต้นพืชเกินไป
เนื่องจากสามารถละลายน้ำได้ดี
จึงเคลื่อนที่ไปตามความชื้นในดินเข้าสู่รากพืชได้
นอกจากนี้การใส่ปุ๋ยไนโตรเจนใกล้เกินไปอาจเป็นอันตรายต่อรากพืชได้โดยเฉพาะแม่ปุ๋ยแอมโมเนียม
ส่วนแม่ปุ๋ยไนเตรท ควรใช้กับพืชที่มีระบบรากตื้นและควรใส่ให้ลึกลงไปในดินข้าง
ๆ รากพืชที่มีระยะห่างพอสมควร
เพื่อป้องกันการสูญเสียที่เกิดจากการชะล้างหรือถูกพัดพาไปโดยน้ำได้ง่าย
ง. การใส่แบบโรยเหนือต้นพืช (Top Dressed)
เป็นวิธีการใส่ปุ๋ยบนผิวดิน ในขณะที่พืชงอกแล้วและกำลังเจริญเติบโต
เป็นการใส่ปุ๋ยแบบหว่านใช้กับธัญพืชเมล็ดเล็ก เช่น
ข้าวและพืชทุ่งหญ้าอาหารสัตว์ ฝ้าย ถั่วลิสง ฯลฯ
ในต่างประเทศนิยมใช้แทรกเตอร์ในการหว่านปุ๋ย
หรือใช้เครื่องบินในการให้ปุ๋ยในนาข้าว
การใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสำหรับพืชไร่บางชนิดอาจใส่ครึ่งหนึ่งพร้อมปลูกโดยโรยเป็นแถบและอีกครึ่งหนึ่งใส่แบบโรยเหนือต้นพืช
จ. การให้ปุ๋ยทางใบ (Foliar Application)
การให้ปุ๋ยทางใบเป็นวิธีการให้ธาตุอาหารแก่พืชทางส่วนเหนือดินของพืช
นิยมใช้ในกรณีที่ต้องการให้พืชตอบสนองต่อการใช้ปุ๋ยทันที
และในกรณีที่การใส่ปุ๋ยทางดินไม่ได้ผล
ปุ๋ยที่เคยให้ทางใบให้ผลกับพืชหลายชนิดแล้ว ได้แก่ ปุ๋ยไนโตรเจน ฟอสเฟต โพแทช
แคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน แมงกานีส ทองแดง โบรอน โมลิบดีนัม เหล็ก
และสังกะสี
ปุ๋ยที่ใช้อาจอยู่ในรูปเป็นผง หรือในรูปสารละลาย
แต่ในรูปสารละลายจะให้ผลดีกว่า การให้ปุ๋ยทางใบสามารถให้ได้ตลอดอายุพืช
โดยเฉพาะในพืชที่เริ่มแสดงอาการขาดธาตุอาหารก่อนออกดอกหรือก่อนการเกิดเมล็ด
สำหรับไม้ผลต่าง ๆ รวมทั้งองุ่น นิยมให้ก่อนแตกใบอ่อน
พืชจะตอบสนองต่อการให้ปุ๋ยในตอนเช้าดีกว่าในช่วงอื่นของวัน
ความเข้มข้นของปุ๋ยที่ใช้ขึ้นอยู่กับชนิดของปุ๋ยและพืช
โดยทั่วไปความเข้มข้นจะอยู่ระหว่าง 1-2 เปอร์เซ็นต์ และในกรณีที่เป็นปุ๋ยยูเรียไม่ควรมี
ไบยูเรท (Biuret) เกิน 0.25 %
ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อใบพืชและต้นกล้าอ่อน
เครื่องฉีดอาจใช้เครื่องพ่นสารเคมีกำจัดศัตรูพืชทั่วไปได้
(เครื่องพ่นแรงอัดต่ำ) แต่นิยมใช้ทั่วไป
เป็นเครื่องพ่นชนิดแรงอัดสูงและใช้น้ำน้อย ซึ่งจะให้ความสม่ำเสมอ
ปุ๋ยที่ใช้ทั้งหมดจะเกาะอยู่ตามส่วนเหนือดินของพืช
ข้อสำคัญในการใช้คือต้องคอยปรับหัวฉีด
และเพิ่มแรงอัดเพื่อให้สารละลายที่พ่นออกมามีลักษณะเป็นฝอยขนาดเล็กซึ่งจะทำให้การตอบสนองต่อการใช้ปุ๋ยเพิ่มขึ้น
การให้ปุ๋ยทางใบโดยอาศัยระบบการให้น้ำชลประทานแบบฝนเทียม (Overhead Sprinkler
system)
ต้องใส่ปุ๋ยในรูปสารละลายในช่วงก่อนปิดเครื่องเพื่อให้ปุ๋ยจับติดที่ใบพืชและป้องกันการชะล้างจากน้ำความเข้มข้นของปุ๋ยต้องให้น้อยกว่าการให้ทางดินและต้องระวังเศษผงและวัสดุใช้เคลือบปุ๋ย
ซึ่งอาจทำให้หัวฉีดอุดตันได้
ซึ่งรวมทั้งหัวฉีดที่ใช้กับเครื่องพ่นชนิดอื่นด้วย
การให้ปุ๋ยทางใบอาจให้ทางเครื่องบิน
ในกรณีที่ไม่สามารถใช้เครื่องจักรทางพื้นดินหรือต้องใส่ในพื้นที่กว้างและให้เสร็จทันเวลาที่จำกัดเคยใช้ได้ผลกับข้าวฟ่าง-ข้าวโพดและธัญพืชเมล็ดเล็กรวมทั้งในนาข้าว
ฉ. การให้ปุ๋ยพร้อมกับการให้น้ำ (Water-Run Application)
การให้ปุ๋ยพร้อมกับการให้น้ำ จะมีประสิทธิภาพต่ำกว่าวิธีการใส่ปุ๋ยวิธีอื่น
อย่างไรก็ตามถ้าพืชให้ผลผลิตคุ้มค่า ทำให้ประหยัดเวลา แรงงาน
ลดค่าเครื่องจักร และเชื้อเพลิงแล้ว ก็สมควรใช้ได้
การให้ปุ๋ยอาจให้ก่อนการปลูกพืช หรือหลังพืชงอกแล้วก็ได้
ใช้ได้ทั้งปุ๋ยในรูปสารละลายหรือในรูปของแข็ง ส่วนมากนิยมใช้แต่ปุ๋ยไนโตรเจน
ปุ๋ยที่ให้ธาตุอาหารที่เคลื่อนตัวได้น้อยในดิน เช่น ฟอสเฟต และโพแทช
ก็เคยให้ได้ผลมาแล้วกับพืชผักต่าง ๆ ธัญพืชเมล็ดเล็ก
พืชอาหารสัตว์และทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์
ปุ๋ยในรูปของแข็งควรละลายในน้ำก่อนนำไปผสมลงในน้ำชลประทาน
โดยเฉพาะการให้น้ำแบบฝนเทียม (Sprinkler system)
และควรระวังการใช้ปุ๋ยเม็ดที่มีสารเคลือบปุ๋ยซึ่งอาจทำให้หัวฉีดอุดตันได้
ปุ๋ยในรูปของแข็งสามารถให้โดยตรงกับการให้น้ำแบบร่องได้
แต่เครื่องควบคุมการให้ปุ๋ยจะทำให้ไม่สะดวกในการใช้
สำหรับปุ๋ยในรูปของสารละลายสามารถใช้กับระบบการให้น้ำชลประทานได้โดยทั่วไป
ยกเว้นแอมโมเนียมเหลว และสารละลายแอมโมเนียมรวมทั้งสารละลายที่จะให้แอมโมเนียมผสมอยู่ด้วยไม่ควรใช้กับการให้น้ำแบบฝนเทียม
ไม่ว่าจะใช้ระบบการให้น้ำแบบไหน
ปุ๋ยที่ใช้ต้องผ่านเครื่องควบคุมการให้ปุ๋ยก่อนผสมลงในน้ำชลประทาน
เพื่อให้การกระจายของปุ๋ยเป็นไปอย่างทั่วถึง
วิธีคำนวณปริมาณปุ๋ยที่จะใช้และการควบคุมเครื่องก็ขึ้นอยู่กับบริษัทผู้ผลิต
ดังนั้นควรทำความคุ้นเคยให้ดีก่อนนำออกใช้
ช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมในการผสมปุ๋ยลงในน้ำชลประทานคือ
ช่วงกึ่งกลางระหว่างกำลังให้น้ำ ไม่ควรผสมปุ๋ยลงในน้ำขณะเพิ่งให้น้ำ
และปุ๋ยที่ใช้ควรให้หมดก่อนให้น้ำจะสิ้นสุดเล็กน้อย
เพื่อป้องกันการชะล้างปุ๋ยก่อนออกไปจากบริเวณรากพืชหรือตกค้างอยู่บนผิวดิน
ซึ่งพืชไม่สามารถนำไปใช้ได้
ช. การใส่ปุ๋ยวิธีอื่น (Miscellaneous Practices)
นอกจากนี้ยังมีวิธีการใส่ปุ๋ยแบบอื่นอีก เช่น การใส่ปุ๋ยแอมโมเนียมเหลว
โดยวิธีอัดปุ๋ยลงไปในดินด้วยเครื่องอัดปุ๋ยซึ่งทำขึ้นมาโดยเฉพาะ
การใส่ปุ๋ยเป็นหลุมรอบต้นไม้ผล หรือทำร่องรอบโคนต้นบริเวณทรงพุ่ม ฯลฯ
แต่หลักการใส่ก็อยู่ในหลักการตามที่ได้กล่าวมาแล้วในข้างต้น
|
|