|
ข้อมูลหญ้า
1.หญ้าญี่ปุ่น
เป็นหญ้าที่เจริญเติบโตได้ดีในเขตร้อน แต่สามารถเจริญเติบโตได้ในเขตหนาวและแห้งแล้ง
ซึ่งมีการเจริญเติบโตดีพอสมควร แต่ปลูกในที่ชื่นหรือที่เฉาะไม่ดีนัก กล่าวคือ
สามารถทนร่มได้ 50 % ในดินเค็มก็พอจะปลูกได้แต่ก็ไม่ดีนัก
ดินที่เหมาะสมกับหญ้านี้ควรมีความเป็นกรดเป็นด่าง pH ประมาณ 6 - 7
และหญ้าก็ยังชอบขึ้นในดินเหนียวด้วย
หญ้าญี่ปุ่นมี 2 ชนิด
1. ชนิดใบกว้าง จะมีใบประมาณ 4 มิลลิเมตร
2. ชนิดใบกลม ใบเล็กและละเอียดกว่า ซึ่งเป็นที่นิยมปลูกในประเทศไทยมาก
ลักษณะของหญ้าญี่ปุ่น
ลำต้น เป็นพวกเลื้อยตามดิน และลำต้นจะตั้งแข็งทั้งลำต้นบนดิน และลำต้นใต้ดิน
ใบ ใบสีเขียวเข้ม ใบเล็กละเอียดกลมแข็ง
ปลายใบแข็งและแข็งกระด้างเวลาสัมผัสจะระคายผิวหนัง ขอบใบเรียบไม่มีขน
ดอก ช่อดอกสั้น ดอกเล็ก และมีสีน้ำตาลออกดำ ดอกจะรวมกันแน่นบนก้านดอก
ดอกจะบานจากส่วนล่างขึ้นบน
หญ้าญี่ปุ่นนี้ ต้องการน้ำมาก และการเจริญเติบโดช้า
ต้องใช้เวลาเป็นเดือนเป็นปีกว่าจะขึ้นเต็มสนาม ถ้าแห้งแล้งนาน ๆ
หรือขาดน้ำใบจะเหลืองทันที
เป็นหญ้าที่ทนต่อการเหยีบย่ำพอสมควร และไม่ค่อยยืดหยุ่นตัวเหมือน
หญ้านวลน้อย
เป็นหญ้าที่ต้องการปุ๋ยไม่มากนัก ทนต่ออากาศหนาวได้ดี อาจทนได้ถึงประมาณ 10 - 20
องศาฟาเรนไฮด์ ทนต่อโรคหรือแมลงต่าง ๆ ได้มากกว่าหญ้าชนิดอื่น
หญ้าญี่ปุ่นนี้เจริญเติบโตช้า แต่เมื่อขึ้นแล้วจะหนาแน่นมาก
ขึ้นคลุมดินวัชพืชไม่สามารถขึ้นแข่งได้ การแต่งไม่บ่อยนัก เพราะเจริญเติบโตช้า
ถ้าปล่อยไว้นาน ๆ ก็จะเป็นกระจุก การตัดแต่งลำบาก
การตัดแต่ง
หญ้าชนิดนี้จำต้องตัดให้สั้นประมาณ 0.5 - 1.0 นิ้ว โดยตัดทุก ๆ 5 - 10 วัน
ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานวัน หญ้าจะขึ้นเป็นจุก เมื่อตัดหญ้าจะมีสีเหลืองเป็นหย่อม ๆ
มองดูแล้วหน้าเกลียด ไม่สวยงาม ซึ่งเป็นข้อเสียของหญ้าชนิดนี้
เนื่องจากหญ้าญี่ปุ่นมีลำต้นและใบแข็งกระด้างมาก
ดังนั้นการใช้เครื่องตัดหญ้าต้องมีกำลังสูงและมีใบมีดที่คมมาก
ใช้กรรไกรดัตไม่กี่วันก็หมดแรง เพราะมันขึ้นเป็นกระจุกทำให้ตัดยาก ลำต้น
และใบก็เหนี่ยวด้วย
ซึ่งทำให้กินแรงในการตัดมากแม้กระทั่งใช้เครื่องตัดหญ้าก็ต้องลับมีดบ่อยครั้ง
เพื่อให้คมอยู่เสมอ
การขยายพันธุ์
สามารถขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด และใช้ส่วนต่าง ๆ ปลูก เช่น ลำต้น เหง้า ไหล
แต่นิยมกันมากก็ใช้ส่วนต่าง ๆ โดยปลูกแยกต้นปลูก การปลูกเป็นกระจุก
และการปูเป็นแผ่น ๆ ส่วนการปลูกด้วยเมล็ดไม่นิยมเพราะการเจริญเติบโตช้ามาก
ข้อดี เป็นหญ้าที่เล็กมองดูแล้วสวยงามดี เหมาะสำหรับปลูกเป็นสวนหย่อม
และพื้นที่ก็ควรไม่กว้างมากนัก และใช้ปลูกในบริเวณที่เป็นทางเข้าได้ดี
เพราะสามารถป้องกันและควบคุมไม่ให้บุกรุกบนทางเท้าได้ง่ายกว่าหญ้าชนิดอื่น
ข้อจำกัด ใบหญ้าจะแข็งกระด้าง และปลายใบเล็กเรียวแหลม ทิ่มตำระคายผิวหนัง
การตัดลำบากและกินแรงมาก
********************************************************************************************
2.หญ้านวลน้อย
เป็นหญ้าพื้นเมืองของไทย เป็นหญ้าที่นิยมปลูกกันมาก
สามารถขึ้นได้ดีในดินเกือบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นดินเหนียวหรือดินปนทราย
และยังปรับตัวกับสภาพแวดล้อมได้ดีได้ง่าย นอกจากนี้ยังทนต่อร้อนและแห้งแล้ง
หรือที่น้ำท่วมขังแฉะได้เป็นครั้งคราว จึงนิยมปลูกกันมาก
เป็นหญ้าที่จัดอยู่ในประเภทใกล้เคียงกับหญ้าญี่ปุ่น แต่มีใบกว้างกว่า
และการเจริญเติบโตเร็วกว่า ใบไม่แข็งกระด้างเหมือนหญ้าญี่ปุ่น
หญ้าชนิดนี้ขึ้นง่ายและเจริญเติบโตเป็นแผ่นได้เร็วพอสมควร
แต่ช่อดอกค่อนข้างยาวและเห็นได้ชัด ซึ่งจะขอกล่าวถึงลักษณะต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
1. ลำต้น จะตั้งและแข็งแรง มีลำต้นใต้ดินมาก ปลูกง่ายแตกกอได้เร็ว มีปล้องสั้น
และลำต้นยืดหยุ่นตัวดี
2. ใบมีขนาดปานกลาง สีเขียวอ่อน ใบจะยืดหยุ่นตัวดีเช่นกันในเวลาที่เหยียบย่ำ
แวลาเดินแล้วจะนุ่มเท้า ขึ้นคลุมดินได้แน่นดี ใบนุ่มกว่าหญ้าญี่ปุ่น
และไม่ระคายผิวหนัง เมื่อตัดเรียบร้อยแล้วดูกล้ายพรม
3. ช่อดอกค่อนข้างยาว และดอกมีสีน้ำตาลดำเห็นได้ชัดในเวลาออกดอก
หญ้านวลน้อยนี้ ชอบขึ้นในที่กลางแจ้ง แต่ในที่ร่มมีแดดพอเพียงก็สามารถขึ้นได้
ถ้าไม่ตัดหญ้านี้เลยจะสูงประมาณ 6 นิ้ว
เป็นหญ้าที่ทนต่อการเหยียบย่ำ ทนต่อความแห้งแล้งหรือน้ำขังแฉะเป็นครั้งคราว
ตลอดจนทนต่ออุณภูมิสูงได้ดี
แต่ในฤดูแล้งต้องหมั่นรดน้ำอยู่เสมอมิฉะนั้นใบจะเหลืองแต่ไม่ถึงตาย
นอกจากนี้ทนต่อดินเค็มได้บ้าง รวมทั้งยังต้านทานต่อโรงแมลงได้ดี
ใช้ทำสนามหญ้าทั่วไป เช่น สนามกีฬา สนามเด็กเล่น สวนสาธารณะ สถานที่ราชการ
สวนหย่อมในบริเวณบ้าน โรงแรม สวนอาหาร บริษัทร้านห้างใหญ่ ๆ ในสนามกอล์ฟ ใช้ทำกรีน
(Green) ซึ่งเป็นที่ตีลูกกอล์ฟลงหลุม ใช้ทำบริเวณ (Tee)
ซึ่งเป็นที่เริ่มต้นตีกอร์ฟ ตลอดจนปลูกบนทางตีกอล์ฟ (Fair Wap)
นอกจากนี้ยังใช้ในการจัดสวนทั่ว ๆ ไป เพราะเป็นหญ้าที่ทนการเหยียบย่ำ
รวมทั้งเป็นหญ้าที่ดูแลรักษาง่าย กว่าหญ้าชนิดอื่น ๆ ถึงแม้จะปล่อยปละละเลยไปบ้าง
เมื่อกลับมาดูแลรักษาใหม่ ก็ยังจะได้สนามหญ้าที่มีคุณภาพดีเหมือนกัน
การตัดหญ้า ควรตัดในระยะ 0.75 - 1.5 นิ้ว โดยตัดทุก ๆ 1 - 2 สัปดาห์
เพราะด้วยเหตุที่ว่าหญ้านี้จะมีช่อค่อนข้างยาว ดอกมีสีน้ำตาลออกดก
จึงทำให้สนามหญ้าไม่สวยในเวลาออกดอก
จำเป็นต้องคอยระวังกำจัดช่อดอกให้หมดในช่วงฤดูกาลออกดอก เครื่องตัดหญ้าทั่ว ๆ
ไปก็ใช้ได้ แม้กระทั่งกรรไกร หรือรถเข็นหญ้าก็ได้
การขยายพันธุ์ ใช้ลำต้นปลูก เพราะขยายพันธุ์ได้ง่ายและรวดเร็ว
เป็นหญ้าที่มีเมล็ดน้อย จึงไม่มีผู้ผลิตเมล็ดจำหน่าย
ข้อดี เป็นหญ้าที่ปลูกใช้ประโยชน์ได้ทั่วไป ใบมีขนาดกลางและนุ่มเท้า
ทนต่อการเหยียบย่ำ ทนแล้ง และทนร่มบ้าง การดูแลรักษาก็ง่ายกว่าหญ้าชนิดอื่น ๆ
ข้อจำกัด ถ้าปล่อยให้หญ้าออกดอก ดอกของหญ้าเมื่อแก่จะเป็นสีดำ ดูแล้วสนามไม่สวย
ถ้าปลูกในที่ร่มเงามากเกินไปจะไม่ได้ผล เพราะต้นหญ้าจะยาวมาก
ข้อแนะนำ ควรตัดหญ้าตามกำหนด ไม่ควรปล่อยให้มีดอก
********************************** ********************************
3.หญ้ามาเลเซีย
หญ้ามาเลเชียมีด้วยกัน 2 ชนิด
1. Common Carpet Grass
เป็นหญ้ดั้งเดิมของอเมริกาในแถบร้อน ซึ่งก็ปลูกกันทั่ว ๆ ไปในเขตร้อนและร้อนชื้น
ใบกว้างประมาณ 2 - 6 มิลลิเมตร มีจำกัด คือ ช่อดอกย่อย จะมีลักษณะรูปไข่ปลายจะแหลม
2. Tropical Carpet Crass
เป็นหญ้าที่ขึ้นอยู่ในแถบอเมริกากลาง อเมริกาตอนใต้ แถวเม็กซิโก บราซิล
และหมู่เกาะอินเดียตะวันออก แล้วนำมาปลูกในเขตร้อน
ทนต่ออุณหภูมิต่ำสู้ไม่ได้แต่ก็สามารถปรับตัวได้ดีในดินที่แห้งแล้ง
มีใบกว้างประมาณ 2.0 - 2.5 มิลลิเมตร ใบมีขน ช่อดอกย่อยจะเป็นรูปไข่และแหลม
หญ้ามาเลเชียชนิดนี้นิยมปลูกในประเทศไทย
สำหรับในเมืองไทยปลูกกันมานานแล้วในสวนยางพาราภาคใต้ ติดกับประเทศมาเลเชีย
ซึ่งเราเรียกกันว่าหญ้าเห็บ และในบางท้องที่ก็เรียกว่า หญ้าไผ่
แต่เมื่อก่อนจะมีการปลูกขาย ก็ได้ตั้งชื่อเสียใหม่ว่า
หญ้ามาเลเชียจนติดปากกันมาถึงทุกวันนี้ ซึ่งก็คิดว่าผู้ที่ปลูกขาย
คงต้องการให้เห็นว่ามาจากเมืองนอก เพื่อให้ถูกใจคนไทยที่นิยมของเมืองนอก
เพื่อให้ขายได้ง่ายและได้ราคาสูง ซึ่งก็เป็นจริงตามที่คิดไว้
ลักษณะ
ลำต้น จะแบนและมีลำต้นบนดินแตกออกทั้ง 2 ข้างของลำต้น ลำต้นบนดินไม่ยาวนัก
รากจะแตกออกจากข้อของลำต้นบนดิน ที่เรียกว่า ไหล
เมื่อไหลนี้สัมผัสกับดินรากและลำต้นใหม่ก็จะแตกออกจากข้อของไหล
แล้วเจริญเติบโตแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว
ใบ ใหญ่กว่าใบหญ้าทุกชนิด ใบมีสีเขียวอ่อน มีรากตื้น ตัวใบแบน
ตรงกลางใบจะหักพับคล้ายหลังคาบ้าน
ขอบใบมีขนตั้งแต่ข้อต่อระหว่างตัวใบกับก้านใบจนถึงยอดของใบ
ในใบแก่จะมีขนเห็นได้ชัดเจนกว่าใบอ่อน และใบอ่อนจะเห็นเป็นคลื่นมากกว่าใบแก่
ขนที่ใบจะอยู่ด้านหน้าใบ ส่วนทางหลังใบจะเป็นมันไม่มีขน
เส้นกลางใบทางด้านหลังจะนูนเด่นชัดเจน ยอดใบแหลมมน
ดอก ช่อดอกเกิดจากปล่องสุดท้ายของลำต้น มี 3 - 5 ช่อ ดอกย่อยเป็นรูปไข่แหลม
ยาวประมาณ 2.0 - 2.5 ซม.
ในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ปานกลางก็สามารถขึ้นได้ดี
และสามารถขึ้นได้ดีในสถานที่ที่มีแสงน้อยหรือร่มรำไร เช่น บริเวณชายคาบ้าน
และอาคารหรือใต้ต้นไม้ที่มีแดดรำไร
ไม่ชอบที่น้ำขังแฉะ ถ้าน้ำขังแฉะต้นจะแคระแกร็น ใบจะเหลืองและตายได้
การเจริญเติบโตได้ดี และมีรากแน่นถ้าปลูกในที่มีแสงน้อย
ถ้าปลูกในที่มีแสงแจ้งมีแดดจัด จะทำให้ต้นแคระ ข้อปล้องจะสั้นมีสีแดง
ส่วนใบก็จะเล็กลงและมีสีแดงด้วย
หญ้านี้มีความต้องการน้ำมาก ซึ่งก็เนื่องจากมีใบใหญ่ จึงมีการคายน้ำมาก ในฤดูแล้ง
ถ้าหากขาดน้ำไใบจะเหลือง และชงักการเจริญเติบโต และไม่ทนต่อการเหยียบย่ำ
หญ้ามาเลเชียนี้ไม่ต้องการการเอาใจใส่มากนัก และไม่ต้องตัดบ่อย ๆ เหมือนหญ้าอื่น ๆ
นิยมใช้เป็นหญ้าคลุมหญ้าคลุมวัชพืชในสวนยาง สวนผลไม้ทางภาคใต้ เพราะขึ้นได้แน่นดี
วัชพืชอื่น ๆ ไม่มีโอกาสขึ้นแซมได้
ประโยชน์ หญ้ามาเลเชียเป็นหญ้าที่ใช้ทำสนามหญ้าและจัดสวนหย่อม
เช่นเดียวกับหญ้าชนิดอื่น ๆ
โดยเฉพาะในที่ร่มร่ำไรสามารถเจริญเติบโตได้ดีในที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ
ไม่ทนต่อดินเค็ม
หญ้ามาเลเชียที่ใช้ปลูกโดยเมล็ดจะสามารถป้องกันการพังทะลายของดินในที่มีความลาดชันสูงได้ดีเช่นกัน
ทนต่อดินเป็นกรดที่มี pH ประมาณ 4.5 - 5.5 เป็นหญ้าที่ชอบความชื้นสูง
ปลูกได้ในดินแทบทุกชนิด
การตัดหญ้า ควรตัดในระยะ 1 - 2 นิ้ว โดยตัดทุก ๆ 10 - 15 วัน
เครื่องตัดหญ้าสามารถใช้ได้ทุกชนิด
รวมทั้งกรรไกรก็ตัดได้ไม่กินแรงมากนักเหมือนกับหญ้าญี่ปุ่น
การขยายพันธุ์ ขยายพันธุ์ได้ดีและเร็วในฤดูฝน มีการขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด
และการใช้ส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะลำต้นเป็นกระจุก แบบปูเป็นแผ่น
การปลูกด้วยเมล็ดจะลงทุนน้อย โดยการใช้เมล็ดพันธุ์ในอัตรา 3 - 4 ปอนด์ ต่อเนื้อที่
1,000 ตารางฟุต
ข้อดี เป็นหญ้าที่เหมาะสำหรับปลูกในที่ร่มร่ำไร หรือมีแสงน้อยได้ดี
ต้องการการดูแลรักษาต่ำ
ข้อจำกัด ถ้าปลูกในดินที่มีสภาพเหมาะสมสามารถเจริญเติบโตได้เร็วมาก
ใบและกิ่งก้านจะหนาอวบใหญ่เมื่อตัดต้นหญ้าแล้วจะเป็นเสี้ยนดูไม่สวยงาม
เมื่อปลูกรวมกับหญ้าชนิดอื่น ก็จะลามเข้าไปทับหญ้าชนิดอื่นตายได้
เป็นหญ้าที่ต้องการน้ำมาก และต้องมีความชื่นสม่ำเสมอ
ถ้าปลูกในที่กลางแจ้งก็ปลูกได้ แต่ต้องให้น้ำมากกว่าปกติ
และใช้เป็นหญ้าที่เหยียบย่ำมากไม่ได้ เพราะเมื่อเหยียบย่ำมาก ๆ ก็ฟื้นตัวช้า
หน้า 1
หน้า 1
|